Showing posts with label harddisk. Show all posts
Showing posts with label harddisk. Show all posts

Wednesday, 20 April 2011

ตรวจสอบ disk ให้เร็ว

การตรวจ สอบ harddisk ก่อนเริ่มการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็น และควรทำทุกครั้งก่อนเริ่มใช้งาน เราสามารถใช้คำสั่งตรวจสอบ disk ด้วย Scandisk โดยสามารถเรียกได้จากเมนู Start เลือก Programs เลือก Accessories และเลือก System Tools ภายในจะมีคำสั่ง Scandisk...

สำหรับหลายๆ คนที่มีการ แบ่ง harddisk เป็นหลาย ๆ drive เช่น C:,D: และ E: เพื่อแยกเก็บข้อมูล การใช้คำสั่ง Scandisk จะต้องเรียกให้ตรวจสอบทีละ drive และจะแสดงผลการตรวจสอบให้ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลา บางครั้งอาจใช้เวลานานในการตรวจสอบแต่ละ drive... วันนี้ผมมีวิธีมาบอกว่าจะทำอย่างไรให้ scandisk ให้เร็วดั่งใจ
  1. เปิดโปรแกรม Scandisk จะได้ดังภาพประกอบ


2.คลิกปุ่ม Advanced จะได้ดังภาพ



  • ในช่อง diskplay summary ให้เลือก Only if errors found
  • จากนั้นคลิกปุ่ม OK
  • ในหน้า Scandisk ให้คลิกเลือก drive c:
  • จากนั้นกดปุ่ม Shift ที่ keyboard ค้าง และคลิกเลือก drive ที่ต้องการทำพร้อม ๆ กัน
  • คลิกปุ่ม start เพื่อเริ่มตรวจสอบ drive ที่เลือกทั้งหมดในคราวเดียวกัน

  • Thursday, 23 December 2010

    หลักการทำงานของหน่วยความจำแบบ DDR3

    สวัสดีค่ะ หนูหายไปนาน เพราะใกล้จะสิ้นปี งานก็เยอะ เรื่องเที่ยวก็เยอะ ได้เจอคนมากมาย ได้ประสบการณ์มากมาย วันนี้ หนูเอาเรื่องที่มีประโยชน์ มาฝาก ค่ะ DDR3 SDRAM คือมาตรฐานเมโมรียุคใหม่สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากมาตรฐาน DDR และ DDR2 เพื่อให้เมโมรีสามารถทำงานร่วมกับเมนบอร์ดและซีพียูได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้นและความเร็วที่เพิ่มขึ้น ไม่สะสมความร้อนและใช้พลังงานต่ำ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจากองค์กร JEDEC (Joint Electron Device Engineering Council) ผู้กำหนดมาตรฐานเทคโนโลยีชิ้นส่วนอีเล็คทรอนนิคระดับโลก กล่าวคือ ในปี 2007 เทคโนโลยีหน่วยความจำ DDR2 ได้พัฒนาถึงขีดสุด และอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เลือก DDR3 เป็นเทคโนโลยีหน่วยความจำสำหรับยุคถัดไป เทคโนโลยีหน่วยความจำ DDR3 พัฒนามาจากเทคโนโลยีหน่วยความจำ DDR2 โดยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานให้ดีขึ้น ในส่วนของคีย์ เพื่อรองรับโปรเซสเซอร์สี่แกน นอกจากนั้น Kingston ยังมีความเชื่อมโยงในระดับวิศวกรรม กับบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ อาทิเช่น Intel Corporation รวมทั้งผู้ผลิต DRAM, ชิปเซ็ต , เมนบอร์ด , และระบบชั้นนำระดับโลกอีกมากมาย พันธมิตรในอุตสาหกรรมนี้เปิดตัวหน่วยความจำ และแพลตฟอร์ม DDR3 ในเดือนมิถุนายน 2007 คาดว่าจะมีผู้ผลิตระบบรองรับหน่วยความจำ DDR3 เพิ่มเติม เนื่องจากเทคโนโลยีจะเริ่มลงในปี 2007 และ 2008 ความมุ่งมั่นของ Kingston ที่มีต่อกระบวนการ และการเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีของ JEDEC ช่วยให้ Kingston เป็นผู้นำรายแรกในตลาด ด้วยเทคโนโลยีหน่วยความจำใหม่ๆ อยู่เสมอ
    ดังนั้น Kingston และบริษัทในเครือ Advanced Validation Labs, Inc. (AVL) จึงเป็นผู้ให้บริการตรวจรับรองชิปหน่วยความจำ DDR3 และหน่วยความจำ ให้แก่อุตสาหกรรมนี้ และให้บริการทดสอบที่ผ่านการรับรองจาก Intel AVL เป็นห้องปฏิบัติการตรวจรับรองเทคโนโลยีหน่วยความจำชั้นนำ ในอุตสาหกรรมด้านนี้ โดยบริการทดสอบนี้ผ่านการรับรองจากผู้ผลิตระบบและผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ ประกอบด้วย Intel , SiS , VIA , NVIDIA , และ ATI

    Monday, 8 November 2010

    ความแตกต่างระหว่าง NTFS กับ FAT32

    สวัสดีค่ะ หนูหายไปอีกเเล้ว ได้หยุดเสาร์ อาทิตย์ เวลาว่างเยอะ เลยค่ะ ออกไปข้างนอกช่วยงานที่บ้าน ดูซีรี่ย์เกาหลี อีกเเล้ว ไม่ได้เเตะคอมพิวเตอร์เลย รู้สึก ว่าอยู่กับมันเกินไป เลยพักการเล่น คอมพิวเตอร์ไปค่ะ เมื่อคืนไม่ได้นอนอีกเเล้ว เช้านี้ จึงมีอาการ เพลีย ไม่ไหวเลย พักผ่อนน้อย ด้วยค่ะ วันนี้นำบทความ เกี่ยวกับ NTFS กับ FAT32 มาเล่าให้ฟังกันค่ะ NTFS (New Technology File System)
    - ออกแบบมาเพื่อใช้กับระบบ ปฏิบัติการ Windows NT โดยเฉพาะ
    - เป็น ระบบไฟล์ที่ออกแบบเพื่อให้มีศักยภาพ ในการประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และนำมาใช้กับระบบปฏิบัติการ เครือข่ายที่ต้องมีการควบคุมระบบความปลอดภัย
    - สนับสนุนการตั้งชื่อไฟล์หรือ ไดเร็คทอรี่แบบยาว ได้ถึง 255 ตัวอักษร
    - NTFS มีข้อดีคือ
    1.มีความสามารถในการบีบอัดข้อมูล (File Compression)ให้ได้พื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น โดยไฟล์ที่เก็บข้อมูลเป็นตัวอักษรจะบีบอัดได้ประมาณ 50 % ถ้าเป็นไฟล์แบบ .exe จะประหยัดเนื้อที่ได้ประมาณ 40 %
    2.มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์ (Permission) การเข้าถึงข้อมูลให้กับผู้ใช้งานแต่ละคน ว่าให้ใครเข้าถึงข้อมูลไฟล์ไหนได้บ้าง แล้วสามารถอ่านได้อย่างเดียวหรือ แก้ไขได้ด้วย
    3.มีความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลได้
    4.NTFS สามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันได้ใหญ่กว่า แบบ FAT ในทางทฤษฎีสามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันรวมกันได้ถึง 16 Exabyte (EB) แต่ในทางปฎิบัติ สามารถรองรับขนาดของไฟล์ได้ 4-64 GB ส่วนขนาดของพาร์ติชันรองรับได้ 2 TB
    5.มีความสามารถจัดการกับ Cluster ที่เกิดปัญหา ซึ่งจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Bad- Cluster Mapping คือเมื่อระบบพบว่ามี Bad Sector บน Hard disk ก็จะจัดหา Cluster ใหม่แล้วย้ายข้อมูลจาก Cluster เก่ามาใส่ให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นจึงกำหนด Cluster เก่าเป็น Bad Sector
    •ใน ระบบ FAT จะ ไม่สนับสนุนการบีบอัดข้อมูล การเข้ารหัสข้อมูล และไม่มี Feature ในเรื่องของการ รักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึง ข้อมูล ซึ่งต่างกับระบบ NTFS
    •ข้อเสียของ ของ NTFS ในยุคของ Windows NT คือไม่สามารถมองเห็นฮาร์ดดิสก์ที่เป็น File System แบบ FAT และในทางกลับกันระบบ FAT ก็จะมองฮาร์ดดิสก์ที่เป็น NTFS ไม่เห็นเช่นกัน
    •แต่เมื่อมีระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP ทำให้ฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ NTFS สามารถมองฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ FAT ได้ เพราะ ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP มีความสามารถในการสนับสนุน File System ทั้งแบบ FAT และ NTFS ทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP สามารถที่จะมองฮาร์ดดิสก์ทั้งแบบ NTFS และ FAT

    ถ้า Shutdown ไม่ถูกวิธี (FAT32) จะต้องมา check disk กันทุกครั้ง
    แต่ถ้าเป็น NTFS มันจะไม่ค่อย check disk ยกเว้นกรณีที่ Map และ Index ของ NTFS เกิดเสียหายถึงจะ check disk

    File Fat32 ที่ Boot Dos เห็น Ntfs ได้ ชื่อไฟล์ NtfsDosPro

    ถ้า file ใหญ่กว่า 2G NTFS ดีกว่าจะได้ไม่ต้องตัดแบ่งเป็นหลาย file เหมือนใน fat32

    ข้อเสียของ FAT 32
    1. ไม่สับสนุนการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่น รวมถึงวินโดวส์ 95 เวอร์ชันเดิม และวินโดวส์เอ็นที 4.0
    2. ในการใช้โปรแกรม Utility ที่จัดการกับดิสก์ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบโปรแกรมนั้นว่าสนับสนุนระบบ FAT32 หรือไม่ ถ้าไม่สนับสนุน หรือไม่ได้ตรวจสอบแล้วผู้ใช้ใช้โปรแกรมนั้นกับฮาร์ดดิสก์ที่ เป็น FAT32 จะทำให้เกิดความเสียหายกับข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ โดยไม่สามารถกู้ข้อมูลกลับคืนมา สำหรับโปรแกรมวินโดวส์ 95 OSR2 นั้นจะมีซอฟต์แวร์ Fdisk, Format, Scandisk และ Defrag ที่สนับสนุน FAT32 แต่มีซอฟต์แวร์ 1 ตัวในวินโดวส์เวอร์ชันนี้ที่ไม่สนับสนุน FAT32 คือ DriveSpace3 ดังนั้นจึงห้ามใช้ซอฟต์แวร์นี้กับฮาร์ดดิสก์ที่เป็น FAT32 เป็นอันขาด


    1. ถ้าใช้ "Windows Me" ต้องใช้ FAT32 เพราะว่ามันจะมองไม่เห็น NTFS
    2. แต่ถ้าใช้ "Windows XP" หรือ "Windows 2000" มีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ ได้ทั้ง NTFS หรือ FAT32
    3. ดูจุดประสงค์ในการใช้งานด้วย หากใช้HDD โดยไม่มีโอกาสที่จะนำ HDD ไปต่อพ่วงกับเครื่องอื่นเพื่อถ่ายข้อมูล โดยที่เครื่องอื่นใช้ Windows Me อยู่ก็ใช้ NTFS ก็ได้ โดยข้อดีของ NTFS ทางเทคนิคเหนือกว่า FAT32 แต่ในทางกลับกัน ยังมีความจำเป็นในอนาคตที่จะต้องนำHDD ตัวนี้ไปถ่ายข้อมูล

    FAT16 คือระบบที่ใช้ในสมัยคอมเรานั้นยังเป็นไฟล์ระบบ 16-bit ใช้ตั้งแต่ Win95,NT4.0ลงมา FAT32 32-bit ตั้งแต่ Win98ขึ้นไป


    ส่วน Cluster จะแบ่งตามขนาดของพาร์ติชั่น เช่น น้อยกว่า 260 Megabyte Cluster 512 byte ,260-511 Megabyte Cluster 4 kilobyte ,512-1023 Megabyte Cluster 4 kilobyte ที่กล่าวมาเป็นของFAT32 ส่วน NTFS ไม่รู้มันกำหนดยังไง แต่ว่า Defualt มันที่ 4KB ไม่เชื่อลองไป My com.. คลิกขวาที่ไดร์เลือก Format ดูที่ Allocation unit size จะตั้งให้เห็นว่า 4,096 Bite = 4Kb นั่นเอง (เวลา Format window... มันก็ตั้ง ที่4Kb) Cluster มากน้อยดียังไงอันนี้ผมไม่รู้ ที่บอกว่า Fat32 มันก็อบข้อมูลไม่ได้อาจเป็นเพราะว่ามันมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ หรือว่า ชื่อไฟล์หรือ ไดเร็คทอรี่ มันยาวเกินไป ประมาณนั้น

    ข้อดีNTFS
    จาก ข้อดีNTFS ข้อ2 ที่กล่าวมา ลองสังเกตุว่า ถ้า user account มันมีการเข้ารหัส ถ้ามีผู้ใดขโมย Hard disk ไปใส่เครื่องอื่น เวลาที่อ่านแฟ้มข้อมูลที่มีการเข้ารหัส มันจะไม่สามารถเข้าได้

    NTFS มี Indexing service เป็นระบบที่ช่วยเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วขึ้น XP ตั้งเป็น Defualt อยู่แล้วแต่สามารถยกเลิกได้ ส่วน Vista มันเหมือนบังคับ เพราะว่า Vista นำ ระบบนี้มาเป็นปัจจัยหลักในระบบปฎิบัติการ Vista ถ้าลองยกเลิกดูแล้วลอง รีเครื่องที่ เดียวดับเครื่องจะไม่สามารถบูทเข้า Vista ได้
    -NTFS เร็วกว่า FAT32